Sex and the City in Korea : DAY3 ตะลุยช้อปปิ้ง ตระเวนราตรี จะไปกับแสงสี วันแรกใน Seoul!


วันที่ 3 เราตื่นสายกันมากๆ เรียกว่ากว่าจะหอบร่างออกจากห้องก็ปาไปบ่ายโมงครึ่งได้
(จริงๆก็ยังไม่มีวันไหนตื่นช้าเลย 😂😂😂😂😂😂😂)
บ่ายนี้เราจะพาไปเดิน Shopping ย่าน Hongdae หรือ Hongik นั่นเอง


(อันนี้ที่เป็นตึกที่พักเรา ถ่ายให้ดูอีกทีตอนเช้า มีดังกิ้นโดนัทอยู่ข้างล่าง)

ตอนแรกก็แอบงงตั้งแต่ตอนจองที่พัก ว่าตกลงตรงนี้มันเรียก Hongdae หรือ Hongik
เลยทำการสอบถามจากคนเกาหลีแถวนั้น เค้าตอบเราว่า เหมือนกัน” 
จะเรียก Hongdae หรือ Hongik ก็ได้ 

เอาเป็นว่าเราขอเรียกย่านนี้ว่า Hongdae ละกันเพื่อความไม่งงของตัวเราเอง 5555
(Hongik ถือเป็นชื่อมหาลัยที่อยู่ในย่าน Hongdae ตามนี้)


เราข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามที่เราออกไปทานข้าว(มื้อค่ำ)เมื่อวาน
ตอนกลางวันนี่คึกคักมากๆเลย ร้านค้าเปิดต้อนรับทั้งวัยรุ่นเกาหลี
และนักท่องเที่ยวอย่างพวกเราที่เดินกันคราครั่งไปหมด
(อ๊บป้า ก็แน่นเช่นกัน อิอิ)

เราได้สรุปแผนที่จุดที่เราแวะมาให้ดูก่อนเพื่อความเข้าใจง่ายในการตามรีวิว


เดินเข้ามานิดนึงก็เจอร้าน Folder อยู่ขวามือ เป็นร้านรองเท้าอารมณ์ ABC Mart
สงสัยมากว่าทำไมรองเท้าที่เกาหลีมันมีแบบสวยๆเต็มไปหมดเลย!
ทำไมบ้านเราไม่นำเข้ารุ่นสวยๆแบบนี้บ้าง ใครทราบช่วยตอบที!!!





มีช้อป MCM ใหญ่เปิ้มเลย


ที่เกาหลี เราจะเห็นคู่รักเดินจับมือกัน กอดกัน หอมกันได้ทั่วไป
การแสดงออกเรื่องความรักของประเทศเค้าเป็นเรื่องปกติมากๆ 
ดูไปก็น่ารักดีนะครับ เค้าดูรักกันมากๆ

ระหว่างทาง Samantha ก็แวะซื้อขนมตามเคย นางบอกว่านางเป็นเชฟ ต้องเทสขนม ไปเป็น Inspiration
(ได้ข่าวนางเทสจนกางเกงนางซิบจะแตกละ 5555)



ร้าน Hop Chou Cream ชูครีมอร่อยดี ให้ 9/10


ส่วนร้านนี้ชื่อร้าน Cheesetella เป็นร้านชีสเค้ก ให้ 7/10 ขนมไม่ได้พีคมาก 



แต่พนักงานอ๊บป้า ให้ 9/10 เลย
สังเกตหน้า Samantha สิ ถ้ากลืนพนักงานเข้าไปได้คงกลืนไปทั้งตัวละ 55555
จ้องไปจ้องมา พนักงานเหมือนจับได้ นางเขินใหญ่เลย 555555
Samantha สายช๊อตตา!!

จากนั้นหันหน้าเข้าหาร้านชีสเค้ก เลี้ยวขวาเดินเลยมาอีกหน่อย เจอร้านนี้ เสื้อน่ารักดี


ได้โค้ทยาวมาตัวนึงในราคา 50,000 วอน
ประมาณ 1,650 บาท


ตรงเลยร้านเสื้อเมื่อกี๊มานิดนึงจะเจอร้านแว่นตา อยู่ขวามือ ร้านสวยดี


เดินเลยมาอีกจนเจอถนนใหญ่
จะเจอร้าน Tomato Library อยู่หัวมุมซ้ายมือ เดินลงไปเลย ร้านอยู่ชั้นใต้ดิน


Tomato Library เป็นร้านเสื้อผ้าราคาถูกแสนถูกขวัญใจนักท่องเที่ยว(กระเป๋าแฟบแบบพวกเรา 5555)
พวกเสื้อยืดราคาเริ่มต้นที่ราว 6,000 วอน หรือ 200 กว่าบาท 
เสื้อโค๊ทที่นี่ก็ราคาแค่ 1,200-1,500 บาท!! เสื้อโค๊ท!!! 




ถามว่าคุณภาพดีมากๆมั้ย ก็ไม่ได้ขนาดนั้น แต่ด้วยราคานี้ ได้คัตติ้งประมาณนี้
เราถือว่าโอเคมาก ช้อปกันกระจาย หยิบใส่ตะกร้ากันราวกับแจกฟรี 555
"คุณค่าที่ดิฉันและเพือนคู่ควร"

เพราะทริปนี้เราตกลงกันมาว่า เอาเสื้อมาไม่ต้องเยอะหรอก มาหาซื้อเอาที่นี่แหละ 55555



ช้อปเสร็จก็ข้ามถนนไป เลี้ยวขวาไปอีกนิด เราก็เจอ ถนนคนเดิน Hongdae อยู่ซ้ายมือ
(จากรูปจะมองเห็นทางเข้าถนนคนเดินตรงตึกที่มีรูปปิกาจูสีเหลืองๆทางขวานู่น)



👆👆👆👆ร้านนี้ของน่ารัก


มีรายการทีวีมาสัมภาษณ์คนที่มาเดินเล่นที่นี่ด้วย


ไปเจ๊อะร้านนี้โดยบังเอิญ ขอให้แวะมา พ่อค้าแซ่บ! ต้องแวะนะต้องแวะ! 👇👇👇👇



"อ๊บป้าาาาาาาาาาาาาา"

ที่สำคัญไม่ได้มีดีแค่อ๊บป้านะ แถวนี้ยังมีฝอดีด้วยยยยยยย วี๊ดดดดด


เราเดินกลับมาที่ 4 แยกที่เมื่อกี๊มีรายการทีวีสัมภาษณ์อยู่ 
แล้วเดินเข้าซอยเล็กๆทางซ้ายที่ขนานกับถนนที่เราเดินมา



เสร็จปั๊บเลี้ยซ้ายแรก เดินไปอีกนิดนึงเราก็เจอร้าน Multibrand 
ที่ Charlotte และ Miranda แนะนำว่าต้องมาร้านนี้ อยู่ขวา ชื่อ A Land 


เป็นร้านที่รวมเสื้อผ้าหลากหลายแบรนด์มาให้ช้อปปิ้งกัน อารมณ์เหมือนเป็นห้างเล็กที่เลือกเฟ้นของเกร๋ๆมาแล้ว
ที่คนไทยน่าจะรู้จักก็พวก Cheap Monday, Urbantype แล้วก็ Local Brand ของเกาหลีอีกเพียบ
ช่วงที่เราไปเค้ากำลัง SALE อยู่พอดีเลย ว่าแล้วก็แว๊บไปดูซักหน่อย






Charlotte ได้เสื้อลายสก๊อตน่ารักมว๊ากกกกก 😍😍😍😍


ช้อปปิ้งกันจนท้องเริ่มร้อง ก็เลยเดินมาหาอะไรกินกัน ก็บังเอิญมาเจอร้านนี้
ชื่อ ABIKO เป็นร้านข้าวแกงกะหรี่ โดยเลี้ยวขวาตรงหัวมุมร้าน A LAND
แล้วเดินตรงไปอีกซัก 100 เมตร จะเจอร้านนี้อยู่ซ้ายมือ


แกงกะหรี่รสชาติดีมาก กินแล้วรู้สึกเหมือนไปทานที่ญี่ปุ่นเลย


เราติดใจสไปรท์เกาหลีมาก ชื่อ Chilsung Cider 
เค้าเคลมว่าผลิตจากน้ำแร่ธรรมชาติ ไม่แต่งสีไม่แต่งกลิ่น และเป็นของคนเกาหลีเอง
เป็นผลิตภัณฑ์แรกของ Lotte ในไลน์เครื่องดื่ม และประสบความสำเร็จอย่างมาก


รสชาติมันต่างกับสไปรท์บ้านเรานิดนึงนะ เราว่ามันหอมกว่า แล้วก็หวานน้อยกว่า 
กินเปล่าๆไม่ต้องใส่น้ำแข็งก็อร่อยแล้ว
ชอบจัง ผลิตเองแล้วคนในประเทศก็สนับสนุนสินค้าในประเทศกันเอง ดีมากๆเลย
ค่าเสียหายมื้อนี้ 52,000 วอน

******************

ทานข้าวเสร็จเราก็เดินเล่นชมเมือง เตรียมกลับไปเก็บของที่ห้อง
(ถุงช้อปปิ้งเยอะจนเมื่อแขน ไม่ไหวจะแบกแล้ว)




น้องเด็กน่ารักมว๊ากกกกก 😍😍😍😍😍



(เผื่อใครงงตัวละคร จากซ้ายไปขวา Carrie - Miranda - Charlotte - Samantha ตามเน้!)


เจอเสื้อสเว็ตเตอร์ร้านนี้ถูกมาก 300 กว่าบาทเอง!

ตอนเย็นๆย่าน Hongdae เป็นเหมือนเวทีให้เหล่าวัยรุ่นจะมาโชว์ความสามารถพิเศษกัน
ทั้งร้องเพลง เต้น เล่นมายากล
เป็นอะไรที่ดีมากเลยอ่ะ ทำให้ทุกคนกล้าแสดงออกในสิ่งที่ตัวเองชอบ 





**********************************

หลังจากกลับมาเก็บของและพักผ่อนตามอัธยาศัยซักพักใหญ่
เราออกเดินทางไปเมียงดงเวลาราว 6 โมงเย็น
โดยขึ้นรถไฟฟ้าจากสถานีหน้าบ้านเรา คราวนี้เราซื้อบัตร T Money ละ
อารมณ์เหมือนบัตร Rabbit บ้านเราอ่ะ จะได้ไม่ต้องซื้อบัตรทุกครั้งที่จะขึ้นรถไฟฟ้า


บัตร T Money สามารถใช้ได้กับร้านสะดวกซื้อต่างๆ ไปจนถึงจ่ายค่าแท็กซี่ด้วย อยากให้บ้านเราเป็นแบบนี้บ้างจุง


เรากดตู้เติมเงินไป 10,000 วอน 
** ตอนเติมเงินอย่าพึ่งหยิบบัตรออกจกว่าหน้าจอจะขึ้นว่า Complete นาจา

ระหว่างที่เรากำลังงงกันอยู่ว่าจะไปทางไหนดี ก็ได้คุณพี่ฝรั่งสาวใจดีช่วยบอกทาง
ขอบพระคุณพี่สาวอีกครั้งด้วยนะครับ :) 

น้ำใจ ยิ่งให้ยิ่งได้นะครัช


ได้บัตรมาแล้วก็เดินย้อนกลับไปทางที่เรามาจาก Seoul Station 
ขึ้นรถไฟสาย Airport Railroad  (สีน้ำเงินเข้ม)
ไปลงสถานี Seoul Station จากนั้นเปลี่ยนไป สายสีฟ้าอ่อน (เบอร์4) ไปลงที่สถานี Myeongdong


** จริงๆเราสามารถนั่งรถไฟสายสีเขียวตรงที่เราซื้อบัตร T Money ก็ได้ แต่ดูเส้นทางแล้วค่อนข้างจะอ้อม และต้องเปลี่ยนหลายสาย เราเลยยอมเดินหน่อยแล้วเปลี่ยนแค่สายเดียว


เราขึ้นรถไฟสาย Airport Railroad ที่สถานี Hongik U. นั่งไป 2 สถานี ถึง Seoul Station จากนั้น เดินไปต่อรถไฟ สายสีฟ้าอ่อน



ระหว่างทางเจอ กัปตันยู ด้วย กรีสสสสสสสสส 

ขึ้นชานชลาฝั่งที่เขียนว่าไปสถานี Danggogae นั่งไปอีก 2 สถานีก็ถึงล้าววววว
เราออกทางออก 5,6



Myeongdong เป็นอีกย่านที่เป็นขวัญใจนักท่องเที่ยว 
อาจจะเพราะว่าเป็นย่านช้อปปิ้งที่มีพวกร้านเครื่องสำอางค์เยอะแยะไปหมด
สังเกตว่าสาวๆไทยชอบมาซื้อเครื่องสำอางค์ที่นี่กัน


(แผนที่ Myeongdong เพื่อความไม่งงในการอ่านรีวิวเช่นเคย)

ที่นี่นอกจากจะมีร้านค้าตามตึกแล้ว ยังมีรถเข็นอยู่กลางถนนอีกด้วย 
คล้ายๆเป็นที่แบ่งเลนอะไรประมาณนั้นเลย
เราสะดุดกับ Loster ย่าง (หรือเรียกว่าเผาไฟดี) Samantha ขากินเลยสอยมาตัวนึง 



อร่อยดีครับ 8/10 มาในราคาตัวละ 15,000 วอน
(หักคะแนนที่ราคา ตัวละเกือบ 500 บาท)

มื้อเย็นเราฝากท้องไว้กับร้าน Baekjeong Myeongdong เป็นร้านปิ้งย่างเกาหลี (อีกแล้ว)
ได้รีวิวจาก Trip Adviser ดีงาม
ถ้าเดินจาก ประตู 5,6 ตรงเข้า Myeongdong เจอสี่แยกแรกแล้วเลี้ยวขวา 
จากนั้นเลี้ยวซ้ายแยกแรกที่เจอ


ระหว่างทางเจอไอศกรีมกุหลาบ สวยดี แต่ไม่ได้ลองซื้อทาน เพราะแถวยาว

ตรงไปจนเจอร้านรองเท้า Nextep



แล้วเลี้ยวขวาเข้าตรอกข้างร้านรองเท้า Nextep ไปนิดเดียว
Baekjeong Myeongdong จะอยู่ซ้ายมือในตรอกนั้น

ในร้านมีรูป คังโฮดง พิธีกรชื่อดังของเกาหลีเต็มเลย
เดาว่านี่เป็นร้านของนางเองรึเปล่าไม่รู้




กระทะที่ร้านนี้มีร่องตรงขอบรอบกระทะ ตอนแรกเราก็นึกว่าเอาไว้ใส่ซุป เหมือน Bar B Q Plaza บ้านเรา
แต่ที่นี่นางเอาไว้ใส่ไข่จ้า เหมือนมีไข่เจียวทานไปพร้อมๆกับเนื้อย่าง เออ ก็แปลกดีเหมือนกัน
โดยรวมก็อร่อยดีนะ ให้ 7/10 
แต่ถ้าเทียบแล้ว ปลื้มร้านที่กินเมื่อวานแถว Hongdae มากกว่า ทุกอย่างตักเองได้ไม่อั้น
ร้านนี่ต้องคอยเรียกพนักงาน ซึ่งคนแน่นร้านมาก พนักงานก็น้อย เวลาขออะไรไปเลยได้บ้างไม่ได้บ้าง 
หมูร้านนี้ก็แอบเหนียวกว่าร้านเมื่อวาน
ค่าเสียหาย 68,400 วอน

ไหนใครว่าของก๊อบมีแต่ที่ไทย ที่นี่ก็มาจ้า Issey Miyake เสิ่นเจิ้น 555555


เดินตรงต่อมาจนสุดทางก็เจอร้าน Olive Young เป็น EVEANDBOY ของเกาหลี
สวรรค์ของ Samantha และ Carrie ชีงๆ


สาขานี้ใหญ่มาก มี 2 ชั้น ชั้นบนมีร้านคาเฟ่ Twosome ด้วย

เรามาเกาหลีช่วงที่อากาศหนาวมาก ตอนกลางคืนนี่ 1 องศาได้
เราได้ลองซื้อถุงร้อนมาหลายเจ้ามาก สรุปขอแนะนำ ถึงร้อนกังฟูแพนด้า 
มีขายใน Olive young ร้อนสะใจและนานมาก




สตรอเบอรี่อร่อยมากกกก กินเปล่าๆอย่างฟิน!! 10/10
แล้วละ 3,500 วอน ประมาน 115 บาท


😍😍😍😍😍😍


ที่นี่มีช้อป Line&Friends ด้วย พา Charlotte มาชักภาพกะน้องหมีหน่อย
ต้องต่อคิวนิดนึง เพราะมีนักท่องเที่ยวอยากถ่ายรูปกับน้องมีเยอะมาก


พ่อค้าแซ่บตรึมเบยยยย 😍😍😍😍😍😍😍😍


ขากลับเราลองเส้นทางใหม่ๆดูบ้าง โดยลงทางเดินใต้ดินตรงร้าน ZARA 
(ฝั่งตรงข้ามห้าง Lotte young Plaza)


(จากรูปนี้ ZARA คือตึกหัวมุมสุดทางซ้ายมือ จะมีทางลงทางเดินใต้ดิน)

ข้างล่างเป็นเหมือนแหล่งช้อปปิ้งใต้ดิน ซึ่งตอนที่เราไปนั้นดึกแล้ว ร้านปิดเกือบหมดแล้ว 
ทางเดินใต้ดินนี้ยาวทะลุไปจนถึงรถไฟฟ้าใต้ดิน สายสีเขียว สถานี City Hall 


ซึ่งสามารถนั่งสายสีเขียวนี้ โดยขึ้นชานชลาฝั่งที่เขียนว่าไป Chungjeongno ตรงยาวถึงสถานี Hongik ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสายเลย!

ส่วนตัวคิดว่าสะดวกกว่าตอนขามาที่เราขึ้นสายสีฟ้าอ่อนอีก
แปลว่า กลับกัน เราสามารถขึ้นรถไฟใต้ดิน สายสีเขียว จากสถานี Hongik (ตรงที่เราซื้อบัตร T money) แล้วมาลงที่สถานี City Hall
เดินช้อปปิ้งในชั้นใต้ดินยาวๆจนไปทะลุ Myeongdong ตรง ZARA ได้เลยนั่นเอง

แปะแผนที่อีกรอบ เผื่อนึกภาพตามไม่ออก


** จากแผนที่เรา Mark จุดแค่ที่ที่เราไปและเราสนใจนะครับ
พวกร้านเครื่องสำอางค์ยิบย่อยมันเยอะเกินจะ Mark จุด ไหว 5555

เอาหละ เวลาแห่งการช้อปปิ้งใสๆได้จบลงแล้ว 
คืนนี้ เรา "จะไปกับแสงสี~~ กับปีกที่สวยๆ~~ ให้เหมือนผีเสื้อราตรี~~~"
ใช่! คืนนี้เราจะไปตระเวรราตรีกัน ซึ่งจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก Itaewon เท่านั้น!!!

ที่นี่เค้าเที่ยวกันดึกมาก มีคนบอกเรามาว่า 
ยังไม่เที่ยงคืนไม่ต้องคิดจะไป เพราะอาจจะเจอร้านร้าง
เราเลยนอนเล่นเม๊ามอยฆ่าเวลาจนกระทั่งระฆังนางซินตีดังกรี๊งงงงงง (เราตั้งนาฬิกาปลุกในมือถือไว้)
ได้เวลาเปลี่ยนฉลองพระองค์ของพวกเราออกไปลั๊นลากัน
ก็ฉันชอบเที่ยว มันผิดหรือไง ก็ฉันรักในเสียงดนตรี เมื่อไรโดนจังหวะดี๊ดี 1234 ก็ถึงทีเฮ

ดึกแล้ว รถไฟฟ้าปิด ก็หยุดพวกเราไม่ได้ โบกแท๊กซี่รัวๆ 
(อยากจะถกกระโปรงโชว์หน้าแข้งอย่างในเรื่อง Sex and the city จริงๆ)


แท๊กซี่ที่นี่มีหลายสี มี สีส้ม สีดำ สีขาว ไม่รู้ต่างกันยังไง 
แต่มีเพื่อนบอกว่าสีส้มถูกสุด เราเลยโบกสีส้ม 5555

..................

10 นาทีผ่านไป

แท๊กซี่ที่นี่เรียกยากมาก คือส่วนใหญ่จะใช้แอพ Kakao Taxi เรียก เหมือนอารมณ์ Grab Taxi บ้านเรา
พอมาจอด เราเปิดประตูจะเรียก นางก็บอกว่า “Reserved Reserved”
นี่ก็อยากจะ Reserved บ้าง แต่พอโหลดแอพมา
แม่งมีแต่ภาษาเกาหลี T____T

หรือบางคันขึ้นเหมือนจะว่าง (ป้ายไฟก็เป็นภาษาเกาหลี อ่านไม่ออก) แต่พอเรียกก็ไม่จอด
ลองถามคนที่ยืนรอแท๊กซี่เหมือนกัน เค้าบอกว่า ที่เกาหลีมีกฏเรื่องการวิ่งของแท๊กซี่
อารมณ์ห้ามข้ามเขต หรือข้ามเขตมาส่งได้ แต่ตอนขากลับห้ามรับ อะไรประมาณนั้น 
ซึ่งเค้าบอกว่าคนเกาหลีเองบางทีก็ยังดูยากเลยว่า จะเรียกแท๊กซี่คนไหน
ส่วนใหญ่เลยใช้แอพเรียกแท๊กซี่กัน

หลังจากยืนรอแท๊กซี่เกือบ 20 นาที (ซึ่งก็ไม่อาจะหยุดเราไม่ให้ไปลั๊นลาได้)
ก็มีแท๊กซี่หลงว่างหลงมาคันนึง
ค่าแท๊กซี่จาก Hongdae ไป Itaewon 9,600 วอน


แท๊กซี่ปล่อยเราลงตรง สถานี Itaewon ทางออก 4
 จากตรงนี้ เดินตรงไปราวๆ 100 เมตรก็ถึงร้าน Pulse หนึ่งในร้านในตำนานของที่นี่


(ลืมบอก ร้านที่เราไปเป็นที่เที่ยวเฉพาะกลุ่มนาจา 
สาวๆถ้าเข้า จะเสียค่าเข้าแพงกว่าหนุ่มๆเกือบเท่าตัว 5555)

แต่วันนี้เราได้ข่าวว่ามีร้านเปิดใหม่ แซ่บ เริ่ดเลอ กว่าเดิม ชื่อ Looking Star 
เป็นผับล่าสุดที่กำลังฮิตกันในหมู่เก้งเกาหลี
โดยเดินเลยร้าน Pulse มาไม่กี่สิบเมตรจะเจอสี่แยก 


ให้เลี้ยวขวา เดินเข้าซอยนี้ จะเป็นขึ้นเนินไป 
แถวนี้ผับสหก็มีนะ คนต่อคิวยาวเชียว แต่ไม่ไปหรอก นกเปล่าๆ 5555


สังเกตซ้ายมือจะมีร้าน Foriegn Food Market 


เงยหน้าขึ้นไปมองจะเห็นป้าย LOO*KING ตอนแรกเราก็นึกว่าคนละร้าน แต่จริงๆคือร้านนี้แหละ
คนเกาหลีเค้าก็เรียกว่า (ลู-คิง) เลยงงว่า Looking Star มาจากไหน 5555 แต่เอาเหอะ
ร้านจะอยู่ใต้ดิน ค่าเข้า 15,000 วอน (ไม่สามารถนำไปแลกดริ๊งอะไรได้นาจา แค่ค่าเข้าอย่างเดียวชีงๆ)


เพลงร้านนี้ดีมากกก เป็นเพลงสากลดังๆที่ร้องตามได้ ให้อารมณ์คล้ายๆ Espresso ที่สีลม
เสียอย่างเดียว ผับที่เกาหลีสูบบุหรี่ได้ เข้าไปทีนี่เหมือนโดนรมควัน 😥😥😥😥😥
ใครที่แพ้บุหรี่คือลำบากแน่ๆ



Samantha เจ้าของฉายา ดีดสะท้านโลกันต์ วันนี้ก็ไม่ทำให้เสียชื่อ สนุกเกินร้อยมากๆ
ส่วน Charlotte นางซ้อมเต้นเพลงเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีมา นางเลยคะยั้นคะยอขอย้ายไป Pulse 
ซึ่งทุกคนก็ยอมย้ายแต่โดยดี (ถ้าไม่สนุกค่อยกลับมาได้)

พอไปถึง Pulse ก็ถึงตา Charlotte วาดลวดลายบ้าง 
ผับที่นี่เค้ามีเวทีให้ขึ้นไปเต้นเลยนะ ถ้าซ้อมท่ามาเป๊ะปัง ก็โดดขึ้นไปวาดลวดลายสวิงดิงโก้ได้เต็มที่
นี่บิ๊วให้ Charlotte ขึ้นไปแต่นางดันไม่ยอมขึ้นซะงั้น 5555



เต้นจนเหนื่อย เลยขึ้นมาเติมพลังก่อนจะไปลุยอีกรอบ 
แถวนั้นมีของกินเปิดเผื่อขาแดนซ์จะหิวเต็มเลย 



เราเลือกเข้าร้าน Pizza Revolution ตรงหัวมุมที่จะเลี้ยวขึ้นไป Looking Star
อร่อยมากกก 10/10 แนะนำหน้า Hot Chicken ดีงาม เผ็ดนิดๆ แซ่บสุด

อิ่มแล้วก็ลงไปแดนซ์ต่อ 
ผับที่นี่เค้าเปิดสู้ตายเหมือนกัน คนเที่ยวก็เที่ยวสู้ตาย
ทีมเราก็สู้ตาย ไม่ให้เสียชื่อ ไท๊ยแล้นนนนนนนนนนนนนนนนด์
เต้น ดื่ม กันสุดเหวี่ยง 

"I’m like TT, Just like TT
이런 내 맘 모르고 너무해 너무해
I’m like TT, Just like TT
Tell me that you’ll be my baby!!"


เต้นไปเต้นมา เพื่อนเราหายไปคนนึงซะงั้น
อิอิ ให้ทายละกันว่าใคร!? 😏😏😏😏😏😏😏
เต้นไปเต้นมา ดูนาฬิกาอีกที เฮ้ยยยยย 6 โมงเช้าาาาาา!!!!!

ผับที่นี่เปิดมันจนถึง 7โมงเช้านู่น เรียกว่าเที่ยวเสร็จรถไฟใต้ดินเปิดพอดีอะไรประมาณนั้น
ได้เวลากลับไปนอน แต่ว่าใครจะกลับไปนอนที่ไหน อันนี้ขอเก็บเป็นความลับ เนอะ!
😎😎😎😎😎😎😎😎😎😎😎

และเดี๋ยวพรุ่งนี้จะพาไปกินขาหมูเจ้าดัง ปั่นจักรยานริมแม่น้ำฮัน 
กินไก่ทอดเจ้าเด็ด และร้านนั่งดริ๊งที่ลับเฉพาะคนเกาหลีเท่านั้น!!

ห้ามพลาดกับ DAY4 นาจา!!!!

***********************************************


ความคิดเห็น

  1. บังเอิญหลงเข้ามาอ่าน ๕๕๕ เขียนเล่าเรื่องสนุกดีค่ะ
    ได้ความรู้ใหม่เรื่องแท็กซี่ด้วย ว่าคนเกาหลีก็มีแอพเรียกแท็กซี่ เพราะเวลาดูซีรี่ส์ เราจะเห็นนางเอกโบกแต่แท็กซี่สีเงินๆ ตอนเราไปก็โบกสีนี้ คันแรกก็รับเลย รู้แค่ว่าสีดำแพงสุด
    ส่วนสีส้ม ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นแท็กซี่ที่คนขับพูดอังกฤษได้ แต่ไม่รู้ว่าราคาแพงกว่าสีอื่นมั๊ย

    ส่วนเรื่อง Hongik / Hongdae คนเกาหลีจะเรียกแบบหลังมากกว่า มันเป็นย่านที่มีมหาลัยชื่อ Hongik อย่างที่เจ้าของบล็อกบอก Hongdae มันมาจากการเรียกชื่อ มหาลัยHongikแบบย่ออ่ะค่ะ มาจาก Hongik Daehakyo

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น