Sex and the City in Korea : DAY5 ได้ดินเนอร์ข้างซุปตาร์ ชาตินี้ก็นอนตายตาหลับแล้ว อร๊ายยยยย


ฮัลโหลซิสสสสส มาถึงวันที่ 5 กันแล้ว 
วันนี้แผนของเราคือ จะไปถ่ายแคมเปญที่ Dongdaemun History & Culture Park กัน
(ขอใช้ชื่อย่อว่า DDP) 
เนื่องจากเราเคยเห็นรูปในอินเตอร์เนตบ่อยๆ ที่เป็นทุ่งดอกไม้เรืองแสง 
และตึกทรงโค้งสุดล้ำ ซึ่งในช่วงแฟชั่นวีคของที่นั่นจะมีนายแบบอ๊บป้าเต็มไปหมด 
ถ่ายรูปแล้วดูฮิปสเตอร์สุดอะไรสุด ..แค่นั้นแหละ เลยต้องไปซะหน่อย 5555

จาก Hongdae เราสามารถเดินทางไปยัง DDP นี้ได้ โดยนั่งรถไฟใต้ดิน สายสีเขียว(2) ไปลงสถานี Dongdaemun History & Culture Park ได้เลย 



ซึ่งก่อนจะไปทำแคมเปญ(ถ่ายรูปเล่น)กัน เราขออนุญาตหาที่เจือจางน้ำย่อยในกระเพาะที่ร้อง 
โครกกกก โครกกกกกกกกกก มาตลอดตอนนั่งรถไฟ
มื้อนี้เราใช้บริการ Tripadviser อีกเช่นเคย 
ซึ่งก็พบร้านอาหารที่ได้รีวิว 5 ดาวอยู่ใกล้ๆ DDP 





เราเดินออกจากสถานีรถไฟที่ประตูทางออกเบอร์อะไรจำไม่ได้ แต่ออกมาเจอลานตรงกลางของ DDP 





ซึ่งพอเดินออกมาจะเจอเนินแสนเกร๋ (ชื่อสมมุติที่เราอุปโลกขึ้นมาเอง)
 ที่เดี๋ยวเราจะกลับมาถ่ายรูปเล่นกัน 


อุ๊ย! มือลั่น!!! 55555
พอขึ้นจากเนินมาเราจะเจอถนนใหญ่ และพบว่า เรามาเร็วไปนิดเดียว!!!
เพราะกำลังจะมีแฟชั่นวีคอาทิตย์หน้าแล้ว ฮือออออออออ



สงสัยมากว่าทำไมเป็นคนมีกรรม ไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงซากุระ ปีนั้นฝนตก ซากุระร่วงก่อนเวลา
อีกปีไปญี่ปุ่นช่วงใบไม้แดง พอไปถึง พนักงานโรงแรมบอกว่า ปีนี้ใบไม้แดงมาช้ากว่าปกติ
...... ฮือออออ 😭😭😭😭😭😭😭





เราเดินเลาะตัวอาคารรูปทรงเก๋ๆนี้ไปเรื่อยๆจนเห็นทางเดินทะลุสวนตรงกลางของ DDP เราเดินเข้าไปผ่านสวนดอกไม้เรืองแสง ซึ่งตอนกลางวันเป็นเหมือนทุ่งดอกไม้ปลอม 555 







เราเดินตัดกลางสวนนี้ไปจนเจอถนนอีกฝั่ง แล้วเลี้ยวซ้ายไปนิดเดียวจะเจออาคาร NUZZUN 



จากนั้นจะมองเห็นถนนเล็กๆทางขวามือ ให้เลี้ยวขวาเข้าซอยนั้นไป ขึ้นเนินไปราว 50 เมตร 

ก็จะถึงร้านอาหารเที่ยงของพวกเราในวันนี้





ร้านนี้เป็นร้านอาหารเกาหลีเก่าแก่ของย่านนี้ มีชื่อว่า Neutinamu Seolleongtang 
ซึ่งสิ่งที่พวกเราพึ่งรู้ คือร้านนี้มีแต่เมนูที่ทำจากเนื้อวัวครับ
ใครที่ไม่ทานเนื้อวัว ขอให้มองหาร้านอื่นได้เลย



Charlotte : "เขียนชมร้านตัวเองว่า Good Restaurant แบบนี้ก็ได้หรอ?"
ซึ่งถ้าให้เดา น่าจะเป็นป้ายอารมณ์เหมือนเชลล์ชวนชิมบ้านเรานะ 555



(ถ้าออกจากสถานีที่ทางออก 1 แล้วให้อาคาร DDP อยู่ทางซ้ายมือ เดินเลาะมาเรื่อยๆ จะใกล้กว่า ไม่ต้องเดินอ้อมทะลุสวนดอกไม้เรืองแสง)







บรรยากาศร้านน่ารักมาก เหมือนทาอาหารในบ้าน ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นเองดี 





กิมจิร้านนี้แซ่บมาก แตกต่างจากกิมจิร้านก่อนๆที่เราเคยทานมา
ตรงที่มีรสชาติของกระเทียมและขิงชัดเจน



ข่าวสวยของเค้าก็มีส่วนผสมของธัญพืชอะไรซักอย่างด้วย 



Chilsung Cider ของที่นี่เป็นขวดแก้ว ให้อารมณ์คลาสสิคดี 
เหมือนสมัยก่อนที่เรากินโค้กสไปรท์ขวดแก้วตามร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทาง



เราสั่งหลายอย่างมาก ซุปกระดูกวัวก็อร่อย เชงมากๆ 9/10
ที่เหมือนพิซซ่าก็เพลินๆ 7/10



เมนูแนะนำคือ เนื้อย่างกะทะร้อน อร่อยแบบสุด 10/10 
มื้อนี้ค่าเสียหาย 60,000 วอน

พออิ่มท้องแล้วก็ได้เวลากลับไปทำแคมเปญตามที่ตั้งเป้าไว้
ท๊าด้านนนนนนน!!









.... เบื้องหลัง



😂😂😂😂😂😂😂😂😂😂😂😂😂😂









แคมเปญนี้ออกมาเป็นที่น่าพอใจ 😂😂😂😎😎😎😎😎

****************************

จุดหมายถัดไปของเราคือ คาเฟ่แสนเกร๋ที่พึ่งเปิดใหม่สดๆร้อนๆ ที่กำลังฮิตมากในหมู่คนเกาหลี 
ชื่อ Onion Cafe
โดยนั่งรถไฟ สายสีเขียว(2)ไปอีก 6 สถานี ลงสถานี Seongsu





ออกทางออก 2 แล้วเดินเลี้ยวซ้ายไปนิดนึงจะเจอสี่แยก 





จากนั้นเลี้ยวขวา เดินไปอีกไม่ถึง 100 เมตรก็จะเจอ Onion Cafe อยู่หัวมุมซ้ายมือ






ร้านนี้คือฮิปสเตอร์มาก! คือเหมือนเอาตึกเก่ามาทำเป็นร้านกาแฟ 
ตกแต่งสไตล์ปูนเปลือย และโดดเด่นด้วยกระจกบานใหญ่ 





อุ๊ย มือลั่นอีกแล้ว 5555555

สำหรับคอคาเฟ่ พูดเลยว่าไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง มันเกร๋ และชิกมาก
มีทั้งโซนห้องส่วนตัว โต๊ะรวม







ชั้น2 ที่เปิดโล่งเป็นโซนดาดฟ้า เฮ้ย ชิวมาก












ชั้นสองนี่เป็นครัวเบเกอรี่ของร้านด้วย คือทำเสร็จใหม่ก็ขนลงไปขายข้างล่างต่อเลย เราแอบสอบถามกับเชฟเค้ามา เค้าบอกว่าร้านเปิดมาได้แค่ 6 เดือนเท่านั้นเอง คือยังใหม่มากๆจริงๆ 








ขนมและเครื่องดื่มเค้าก็รสชาติดีนะครับ







 ค่าเสียหาย 28,500 วอน

ด้วยความที่เดินทางมาง่าย คือเดินจากสถานี Seongsu ไม่ถึง2 นาทีก็ถึง 
เราขอแนะนำเลยว่าถ้ามีเวลาต้องแวะมาให้ได้นะครับ Onion Cafe คูลสุดๆ













***********************************
นั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศจนพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน ก็ได้เวลาเดินทางกันต่อ 
เย็นนี้เราจะไปทานอาหารที่ร้านอาหารที่เหล่าเซเลปดารา ชอบแอบมากินกันเงียบๆ 
(หมายถึงกินอาหารนะครับ) 5555 
เรานั่งรถไฟ สายสีเขียว(2) ไปลงสถานี Sindang แล้วเปลี่ยนสายไปนั่งสาย สีน้ำตาลอ่อน(6) ไปลงสถานี Hangangjin (สถานีก่อนถึงสถานี Itaewon หนึ่งสถานี) โดยออกที่ทางออก



จากนั้นเดินตรงมาจนเจอช้อป Jo Malone ทางขวามือ 



จะเจอซอย Itaewon-ro 55-gil ก็เลี้ยวขวาเข้าซอยนั้นได้เลย



เดินขึ้นเนินไปราว 300 เมตร จะเจอสี่แยก ให้เลี้ยวซ้าย 



ตรงไปอีกราวๆ 50 เมตร มองขวามือจะเจอเลย ร้านชื่อ Dinner at Parc อยู่หัวมุมขวามือ








ร้าน Dinner at Parc เป็นร้านที่มีบรรยากาศของร้านอาหารกึ่งบาร์
อารมณ์คล้ายๆร้านแถวย่านทองหล่อเอกมัยบ้านเรา 







ส่วนคอนเซ็ปต์ของอาหารของเค้าคือเหมือนมาทานข้าวรสมือแม่เพื่อน 
ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่ใช่แค่คอนเซ็ปต์หรอก เรียกว่ามาทานอาหารรสมือแม่เพื่อนจริงๆ 
เพราะอาหารทุกเมนูของร้าน เป็นอาหารสูตรของคุณแม่ของเจ้าของร้านเอง



เจ้าของร้านแนะนำให้เราสั่ง Parc set dinner




Panfried Aussie Beef Rib 240g อร่อยมาก 10/10

Panfried Deodeok เป็นสมุนไพรเกาหลี เหมือนอารมณ์รากไม้ๆ แปลกดี แต่อร่อยมาก 9/10

Spicy Stir fried Korean Pork ก็อร่อย 10/10

ค่าเสียหาย 97,500 วอน 

และระหว่างที่เรากำลังรับประทานอาหารอย่างอเร็ดอร่อยนั้น..
สายตาของ Carrie ก็ Spot ไปเจออ๊บป้าหน้าดี หุ่นสูงชรูด คลับคล้าย ยองโด 
ตัวร้ายสุดฮอตจากซีรี่สุดฮิต The Hier 

…. 
….
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด
คิมวูบินนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน


ไม่รู้ทำบุญมาด้วยอะไร คือก็รู้นะว่าร้านนี้ดาราชอบมากินกัน เพราะเหมือนเจ้าของร้านเค้ารู้จักดาราเยอะ แล้วร้านก็เป็นร้านเล็กๆในตรอก ให้ความเป็นส่วนตัวดี



แต่ไม่คิดว่าเราจะได้นั่งดินเนอร์โต๊ะติดกับคิมวูบินมาก่อน!!!

ซึ่งตอนแรกก็มีแวบนึงที่คิดจะเข้าไปขอถ่ายรูปนะ แต่แอบถามเจ้าของร้านก่อน 
เค้าบอกว่าไม่ควร เจ้าของร้านเล่าว่า ดาราเกาหลีเค้าไม่ให้ถ่ายรูปหรอก เวลาเจอตามร้านอาหาร 
มันเป็นมารยาทที่เราไม่ควรไปรบกวนเวลาส่วนตัวของเค้า แล้วเจ้าของร้านก็กระซิบบอกว่า 
จริงๆผู้หญิงที่มาด้วยก็เป็นดารานะ ดังกว่าวูบินเยอะด้วย
พอดีเรามัวแต่มองอ๊บป้าไง ไม่ได้มองสาวที่มาด้วย 
คนนั้นคือ ชินมินอา นางเอกจากซีรี่ Oh my venus ที่กำลังเป็นข่าวว่ากิ๊กกั๊กกันอยู่นั่นเอง 
โอ้ยยยย ตัวจริงสวยมากกกกกกกก ขายาวมากกกกก อย่างกะนางแบบ

เราก็ได้แต่นั่งดื่มด่ำความฟินว่า 
ไม่ต้องไปซื้อบัตรแฟนมีต ก็ได้นั่งกินข้าวโต๊ะติดกับซุปตาร์เกาหลีด้วย!!! 
ช่างโชคดีเหลือเกินนนนน ชาตินี้นอนตายตาหลับแล้ว 55555
😂😂😂😂😂😂😂😂😂

ยังไงก็ตามไปฟอโล่ IG ร้านเค้าได้นะครับ เผื่อหาร้านเค้าไปเจอก็ส่ง inbox message ไปถามได้



****************************

เอาหละ บ้าดารามาพอแล้ว ต่อไปเราจะไปคาเฟ่เกร๋ๆอีกซักที่ที่คนเกาหลีเค้าฮิตกัน
ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก Dinner at Parc เดินตามแผนที่ได้เลย



คาเฟ่แห่งนี้ชื่อ Antracite เปิดมาได้ประมาณ 1 ปีกว่าแล้ว ร้านเป็นอารมณ์ปูนเปลือยอีกแล้ว 
สงสัยเทรนด์นี้กำลังฮิตที่เกาหลี 



เพื่อนชาวเกาหลีของเราบอกว่า Antracite Cafe มีทั้งหมด 3 สาขา
ที่นึงอยู่ที่ Hongdae แถวที่พักเรา และ อีกที่อยู่ที่เกาะเจจู
ซึ่งที่เกาะเจจูนั้นเกร๋มาก เป็นแนวโกดังดิบๆ อารมณ์คล้ายๆร้าน Never Ending Summer ของบ้านเรา โดยเค้ารีโนเวทจากโรงเบียร์เก่า คราวหน้าถ้ามีโอกาสจะลองไปดู


กาแฟที่นี่ดีมาก ใช้ของดีมีคุณภาพ ชงก็ดี และคนชงก็ยิ่งดี อร๊ายยยย











ชีสเค้กอร่อยมาก
เค้กช็อคโกแลตก็ดี๊ดี มีกลิ่นเหล้าเบาเบา
ที่นั่งจะอยู่ชั้นสอง เกร๋ตรงมีต้นไม้ตรงกลาง




ชิวกะร้านคาเฟ่มาพอละ มื้อดึก (ใช่ เรากินข้าวสามมื้อเพื่อสุขภาพที่ดี เที่ยง เย็น และดึก 555) 
เราจะต้องไปสัมผัสความเป็นเกาหลีแบบ Localๆกันบ้าง 
เราเดินเลยไปขึ้นรถไฟ สายสีน้ำตาลอ่อน(6) ที่สถานี Itaewon ไปลง Yaksu 
แล้วเปลี่ยนไป สายสีส้ม(3) ไปลงสถานี Jongno3-ga 



ที่เป็นย่านเฉพาะกลุ่มที่วันก่อนเรามานั่งดริ๊งกับเพื่อนๆชาวเกามาแล้วรอบนึง 
แต่วันนี้เราจะไปนั่งกินข้าวเต็นท์กัน แบบที่เราเห็นบ่อยๆในซีรี่เกาหลีนั่นเลย!
เราออกประตู 7 เลี้ยวซ้ายมาก็จะเห็นเต็นท์ข้าวอยู่ตรงสี่แยกหลายเต็นท์ทีเดียว 



จริงๆเต็นท์ข้าวแบบนี้มีทั่วไปในเกาหลีนะครับ แต่ที่มาที่นี่เพราะเพื่อนเกาเราชอบมาย่านนี้ 55555 
เต็นท์ข้าวพวกนี้จะเปิด 6 โมงเย็น ไปจนถึง 6 โมงเช้านู่นนน 
และจะมีพลาสติกครอบๆเฉพาะช่วงอากาศหนาวนะ ถ้าไปตอนร้อนๆ จะดูไม่เกร๋แบบนี้



แต่อุปสรรคในการมากินข้าวเต็นท์ก็คือ การสั่งอาหารครับ
เพราะเต็นท์ส่วนใหญ่ก็ไม่มีเมนูภาษาอังกฤษ 





โชคดีที่เรามีเพื่อนเกาหลีพามา เค้าเลยสั่งให้ อาหารเต็นท์ก็จะเป็นอาหารบ้านๆแหละครับ 
พวกปลาทอด หมูผัดพริกเผา







เพื่อนเราสอนว่าเวลาจะขออะไรให้ใช้คำว่า "จุ๊สเซโย"  แปลว่า "May i have..."
แต่อย่างว่าแหละ จะไปสั่งยังไงถ้าพูดชื่อเมนูไม่ได้ 5555555
มาถึงเกาหลีก็ต้องดื่มโซจูหน่อย 



ปกติเรากินโซจูไม่ไหวจริงๆ เพราะโซจูนี่แอลกอฮอล์เกิน 50% อีกนะ
เหมือนกินแอลกอฮอล์เปล่าๆยังไงยังงั้นเลย
แต่รอบนี้เพื่อนเกาหลีเราสั่งโซจูรส Grapefruit ให้ลอง บอกว่าอันนี้จะทานง่ายกว่า 



ปรากฏ อร่อยมาก!! 10/10 เลย จริงๆโซจูกลิ่นผลไม้นี่มีให้เลือกหลายรสเลยนะ แต่เราว่ารสนี้อร่อยสุด ใครที่เคยคิดว่ากินโซจูไม่ไหว แรงไป ให้ลองสั่งแบบรสผลไม้นะครับ เลิศมากกกก

คุณลุงเห็นเราถ่ายรูปอาหารนู่นนี่ แกก็ขอดูรูป ปรากฏแกชอบรูปมาก 
เลยขอให้ส่งรูปใ้ห้แกด้วยแกอยากได้
คุณลุงเลยแถมผัดตับหมูให้อีกจานด้วยเป็นการตอบแทน

ระหว่างที่กำลังส่งรูปกันอยู่ Samantha ก็เหลือบไปเห็นมือถือคุณลุงแล้วรู้สึกว่ามีกลิ่นตุๆ 
เพราะคุณลุงใช้หน้าจอ Wallpaper เป็นรูปตัดต่อหน้าคุณลุงใส่แทนหน้านางแบบบนปกนิตยสาร Vogue เอ๊ะ..ยังไง
พอเราทานเสร็จปั๊บทุกคนก็กล่าวชอบคุณคุณลุงและเดินออกจากเต้นมา

Charlotte : "พวกเมิงงงงงงงงง ฮืออออออ ลุงบีบตูดกรู~~~~"

ข้อสงสัยของ Samantha ได้รับการคอนเฟิร์มแล้วว่าลุ๊งงงงงงงงงงงงงง  55555555555
ลุง Squeeze ก้น Charlotte เป็นการบอกลา ก่อนจะส่งพวกเราขึ้นแท๊กซี่กลับบ้านนอนกัน
แก๊งค์ Sex and the city เรานี่มีเรื่องโป๊ะได้ตลอดจริงๆ 😂😂😂😂😂😂😂

********

พรุ่งนี้เราจะไปแปลงกายเป็นองค์รัชทายาทโบกอมที่พระราชวัง Gyeongbokgung ต่อด้วยเดินเล่นย่านสุดชิก Garosugil ส่องอ๊บป้าที่ร้าน Coffee Smith ห้ามพลาดนาจาาาา

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม