Sex and the City in Korea : DAY6 องค์รัชทายาทโบกัมอยู่ไหนนนนนนนนน



ห่างหายไปซะนาน ยุ๊งยุ่ง พอดีแอดมินมีจ๊อบเสริมเป็นช่างภาพด้วย
ยังไงจ้างได้นาจา 5555 👉👉👉  www.facebook.com/nontboxshot
อ่ะๆ หมดเวลาขายของละ มาต่อกันเลยดีกว่า

วันนี้ก็ปาไปวันที่ 6 แล้ว สำหรับทริป Sex in the city in Korea
สำหรับใครที่มาเที่ยวเกาหลีครั้งแรก ก็คงอยากมีประสบการณ์การแต่งชุดฮักบกถ่ายรูปสวยๆ
พวกเราก็เช่นกัน ดังนั้นวันนี้ เราเลยตั้งจะไปเช่าชุดเดินถ่ายรูปกันที่พระราชวัง Gyeongbokgung 
Inspiration ของพวกเรามาจากองค์รัชทายาท ปาร์คโบกัม จากซีรี่เกาหลีเรื่อง Love in the moonlight


โอ้ยยย พระราชาของบ่าววววววววววววววว


จากที่พักของเราสถานี Hongik U. ให้ขึ้นรถไฟใต้ดิน สายสีเขียว ไปลงสถานี Eujiro3-ga
จากนั้นเปลี่ยนไป สายสีส้ม ลงที่สถานี Anguk ออกทางออก 6 
ซึ่งก่อนเราจะไปแต่งชุดฮันบกกัน เราจะแวะไปเดินเล่นหาอะไรทานกันที่ถนน Insadong กันก่อน
Insadong เป็นย่านถนนคนเดินที่อยู่ใกล้กับพระราชวัง Gyeongbokgung 
สำหรับใครที่เคยไปเที่ยววัด Asakusa ที่โตเกียว ก็จะได้ความรู้สึกคล้ายๆกัน 
เพราะตลอดทางของถนนจะเต็มไปด้วยร้านรวงมากมาย ทั้งของกินและของที่ระลึก

พอขึ้นมาจากทางออก 6 แล้วให้เดินตรงไปอีกนิดนึงก็จะเจอ 5แยกใหญ่ๆ 
ถนนทางซ้ายมือเราก็คือ Insadong แล้ว



วันนี้เราตั้งใจจะมากิน Bibimbub กัน เนื่องจากตั้งแต่มาเกาหลีกินแต่ปิ้งย่าง 555
ซึ่งเราก็ได้สอบถามจากคุณ Trip Advisor แล้วว่ามีร้าน Bibimbub ขึ้นชื่ออยู่ในย่านนี้
ชื่อ Gogung Insadong




หลังจากเดินตามแผนที่เข้ามาในถนน Insadong ได้ราว 200 เมตร ตามแผนที่ข้างบน 
เรากลับไม่เจอร้าน Gogung Insadong อยู่ตรง Location ที่ระบุ อย่างที่ตั้งใจไว้ 
เพราะตอนที่เราเดินมาถึงจุดที่บอกว่าเป็นร้าน Gogung Insadong 
บริเวณนั้นกลับกลายเป็น Community Mall หน้าตาเก๋ไก๋ ชื่อ Ssamziegil แทน


เราเลยคิดว่าร้านคงอยู่ในนี้แหละ เข้าไปหาดูละกัน 
Ssamziegil เป็น Community Mall ขนาดไม่ใหญ่มากนัก มีทั้งหมด 4 ชั้น 
ขายของกุ๊กกิ๊กน่ารักเต็มไปหมด น่าจะถูกใจสาวๆทีเดียว






เดินขึ้นไปจนถึงชั้น 3 จะมีทางขึ้นชั้น 4 ข้างบนนี้เป็นชั้นดาดฟ้า




ส่วนตัวชอบดาดฟ้ามาก ที่เกาหลีเค้าทำดาดฟ้าสวยๆกันหลายที่มาก
เห็นได้บ่อยๆตามซีรี่เกาหลี บ้านพระเอกต้องมีดาดฟ้า!! 😂😂😂
อาจจะเพราะอากาศบ้านเค้าด้วยแหละ ถ้าเป็นบ้านเรา ดาดฟ้า เอาไว้ตากผ้าเนอะ 55555
ขึ้นไปนั่งเอกขเนกคงหน้าไหม้ตาย

เดินไปเดินมา ..​งง ไม่เห็นเจอร้าน Bibimbab ที่ตั้งใจจะมากินเลย
เลยลองถามคนแถวนั้น เค้าบอกว่าอยู่ชั้นใต้ดิน



พอลงมาถึงชั้นใต้ดิน ปรากฏ เจอร้าน Bibimbab นะ
แต่ไม่ใช่ชื่อร้าน Gogung Insadong อย่างที่เราตามหาซะนั่น!



ร้านที่เราเจอ กลายเป็นร้านชื่อ Jeonju Traditional Bibimbam แทน
...
แต่อ่านจากป้าย ร้านนางก็มีความเก่าแก่อยู่ เอาวะ หิวแล้ว ก็กินมันที่นี่ละกัน





เราสั่งเป็น Set A กับ Rice topped with octopus
โดยรวมแล้วก็อร่อยดีครับ แต่ไม่ได้ว้าวขนาดนั้น เรายังคงข้องใจอยู่ว่าร้าน Gogung Insadong 
ของเรานั้นหายไปไหน 55555 สำหรับร้านนี้ ให้ 7/10 
ค่าเสียหาย 54,000 วอน

อิ่มแล้วก็ออกไปเดินเล่นบนถนน Insadong กันต่อ


เริ่มเห็นคนแต่งชุดฮันบกกันแล้วววววว


ร้านนี้เป็นร้านชากับขนมหวาน อยู่ซอยติดกับ Ssamziegil ร้านดูน่ารักดี แต่ไม่ได้แวะเข้าไปทานนะ
ใครลองแล้วบอกด้วยว่าอร่อยมั้ย 555




เงยหน้าขึ้นไปบังเอิญไป Spot ป้ายนี้ 


ร้านชื่อ Secret Garden ดูสวยดี แต่ไม่มีเวลาแวะเช่นเคย 
อ้อ ลืมบอก เราตื่นสายเหมือนเดิมนะครับ กว่าจะมาถึง Insadong ราว 3 โมงเย็นได้แล้ว 55555
อีก 2-3 ชั่วโมงก็พระอาทิตย์จะตกแล้ว 55555


จริงๆแล้วบนถนน Insadong มีร้านเช่าชุดฮันบกเยอะมากเลยครับ หลายร้านมากๆ
ตอนแรกเราหาข้อมูลมาว่าจะไปเช่าตามเค้าที่ร้านตามแผนที่ข้างล่างนี้



พอดีหาข้อมูลมาจากในเนตก่อนมาที่นี่ แต่ปรากฏว่าเราคิดว่ามันจะลำบากสำหรับเรา
ในการเอาชุดมาคืนเวลาเราจะกลับ
เราเลยตัดสินใจเลือกร้านที่สะดวกที่สุด ซึ่งอยู่ปากทางเข้าถนน Insadong เลย
เวลากลับจะได้เอามาคืนที่ร้านนี้แล้วก็เดินไปสถานีรถไฟ Anguk ต่อได้ใกล้ๆ


ร้านเช่าชุดที่เราเช่านั้น เดินเข้าจากปากทางเข้าถนน Insadong แค่ราว 50 เมตรจะอยู่ขวามือ 
ตึกที่เป็นอิฐสีเข้มๆนี่แหละ ร้านจะอยู่ชั้น 3 เดินขึ้นบันไดไปได้เลย



ข้อดีของร้านนี้คือ คุณป้าเจ้าของร้านน่ารัก อารมณ์ดี แถมมีลูกสาวที่พูดภาษาอังกฤษได้
เราเชื่อจริงๆนะว่าการบริการที่ดีทำให้ลูกค้าอยากซื้ออยากใช้บริการ
มันมีผลจริงๆ เพราะตอนเรามาเที่ยวเราก็เจอทั้งร้านที่ดีทุกอย่าง แต่พนักงานพูดจาแย่
ไปจนถึงร้านที่อาจจะไม่ได้ดีมากมาย แต่พนักงานน่ารัก 


อย่างแรกที่เราบอกเจ้าของร้านคือ Park Bo Gum!! พร้อมทั้งยื่นรูปนี้ให้นางดู


นางหัวเราะลั่น พร้อมกับพูดว่า

"NOOOOOO, OUT OF STOCK!!"

นางบอกว่าทุกคนจะใส่ชุด Park Bo Gum กันหมด
ถ้าอยากได้ชุดนี้ ต้องมาตั้งแต่ร้านเปิด คือ 10 โมง..
10 โมง คือเราได้นอนไปสองชั่วโมงเองมั้ง ถ้าจะมา 55555




ค่าเช่าชุดก็มีอยู่หลายเรต คร่าวๆก็คือ
1. เช่า 4 ช.ม. - 13,000 วอน
2. เช่า 10.00-20.00 น. - 25,000 วอน
3. เช่าข้ามคืน คืนชุดเวลาเดิมที่เช่าเมื่อวาน - 35,000 วอน
เจ้าของร้านบอกว่า สำหรับผู้หญิง จะมีชุดพิเศษ ซึ่งเราเองก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าคือชุดอะไร
อาจจะใส่ยากหลายสเต็ปกว่า ราคาจะแพงกว่าปกติ 10,000 วอน




ข้อดีของร้านนี้คือ ไม่ต้องใช้ Passport เป็นหลักฐานเหมือนกับร้านแรกที่เราหาข้อมูลมาจากในเนต
แต่เค้าจะใช้วิธีให้เราฝากของกับชุดในล็อคเกอร์ของที่ร้าน แล้วต้องฝากกุญแจไว้ที่ร้านแทน
เพื่อเป็นหลักประกันว่าเราจะกลับมาคืนชุดเค้า

พอออกจากร้านแล้วเราก็เลี้ยวซ้าย เดินออกจากถนน Insadong ไปพระราชวัง Gyeongbokgung กัน


จากรูปจะเห็นได้ว่าเราสามารถเข้าวังได้จากทั้งด้านหน้าและด้านข้าง


พอเดินมาถึงตรงอีกฝั่งถนนที่มองข้ามไปเห็นกำแพงวัง ปรากฏว่า


มีร้านเช่าชุดที่ใกล้กว่าร้านที่เราเช่าไปอีกกกกกกกก
แต่เอาเถอะ เราโอเคกับคุณป้าและลูกสาวที่ช่วยจัดแจงเสื้อผ้าให้เราเป็นอย่างดี
เอาเป็นว่าถ้าใครอยากเช่าชุดที่ใกล้วังหน่อย คืนง่ายหน่อย ก็มีอีกตัวเลือกนะครับ
ร้านนี้จะอยู่ฝั่งตรงข้าม ประตูทางเข้าด้านข้างพระราชวัง



สิ่งที่เราไม่ได้หาข้อมูลมาก่อนคือ จริงๆการมาเที่ยวพระราชวังนั้น ต้องเสียค่าเข้าด้วยนะครับ
แต่! ถ้าเราเช่าชุดฮันบกใส่เข้า จะเข้าฟรี!!
เป็นการสนับสนุนธุรกิจร้านเช่าชุดฮันบกของรัฐบาลเค้า น่ารักดีเหมือนกัน


นั่น เจอละ คนที่ปาดชุดโบกัมของข้าไป 😂😂😂

แต่การไปถึงเย็นหน่อย ก็มีข้อดีนะ คนไม่เยอะมากเท่าไหร่ เพราะคนทะยอยออกกันละ 5555




ไม่รู้พวกเราหน้าตาเหมือนมาสคอตหรืออะไร ระหว่างทางมีคนมาขอถ่ายรูปด้วยเต็มเลอ
Miranda : "แกว่าเราเก็บตังดีมะ อาจจะได้ค่าเช่าชุดคืน 555555"





แคมเปญวันนี้ คือ
 "Love in the moonlight"
องค์รัชทายาท โบกัม อยู่ไหนนนนน~~







ถ้าอยากถ่ายรูปแบบไม่ติดคน แนะนำให้เดินไปโซนสวนฝั่งขวาของวังนะครับ
คนไม่ค่อยเยอะ ถ่ายรูปสวยดีด้วย





หลังจากที่ถ่ายรูปกันจนจุใจแล้ว รูปสต๊อคนี้ลง FB IG ไปได้อีกเป็นเดือนชัวร์ 😂😂

************************************************

มื้อเย็นเราจะพาไปหาอะไรอร่อยๆทานกันใกล้ๆย่านสุดชิก Garosugil
โดยขึ้นรถไฟจากสถานี Anguk สายสีส้ม ไปลงสถานี Sinsa






ชอบจังเวลามาเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน สถานีรถไฟเค้ามีของกินอร่อยๆขายแทบทุกที่เลย


ร้านที่เราเลือกนี้เป็นร้านอาหารทะเล ชื่อ Pro Ganjang gejang ซึ่งหาจาก Trip Advisor เช่นเคย



โดยออกทางออก 4 สถานี Sinsa เลี้ยวขวาเข้าตรงหัวมุมร้าน Paris Baguette Bakery Deli



จากนั้นเลี้ยวซ้าย ปรากฏไปสะดุดร้านหัวมุมแรกที่เลี้ยวซ้าย
 คือคนแน่นร้านมากกกก ก็แอบน่าสนใจ 


พอเดินตรงเลยไปอีกนิดนึง
ก็เจอร้าน Pro Ganjang gejang แต่...​ร้านแอบจิ้งหรีดร้องเบาๆ 



พอดูเมนู อ๋อ มันค่อนข้างแพงนี่เอง
เราเลยฟูลเทิร์น กลับมาหาร้านหัวมุมที่ดูคึกคักกว่า ซึ่งราคาถูกกว่านิดนึง
แต่ร้านนี้ไม่มีชื่อภาษาอังกฤษเลย เลยถามคนแถวนั้นว่าร้านนี้ชื่ออะไร
เค้าบอกว่าร้านนี้ชื่อ Masa Agojim


พอเข้ามาในร้าน คนแน่นมากกกกก 




านแรก Bibimbab with crab roe 
ข้าวคลุกมันปู คล้ายๆร้านที่เรากินปูที่ปูซานวันแรก แต่ที่นั่นจะคลุกให้เสร็จ
ที่นี่มาคลุกเอง รสชาติจัดจ้านกว่าที่ปูซาน อร่อยยย 9/10


จานที่2 Spicy seafood with Assorted Vegetables
จานนี้เป็นเหมือน Signature ของร้านเค้าเลย
เป็นอารมณ์คล้ายๆ ซีฟู๊ดผัดกับถั่วงอก 
ซึ่งในนั้นมีสิ่งมีส่วนผสมประหลาดอยู่หนึ่งอย่าง 

Charlotte : "..... ซิสสสสสส กูกินอะไรเข้าไปก็ไม่รู้ รสชาติไม่โอเลอย่างแรง 😖😖😖"

ผมเลยลองถามคนโต๊ะข้างๆว่ามันคืออะไร 
สรุปสิ่งนี้เรียกว่า "เพรียงหัวหอม" (Sea Squirts)



เป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมของชาวเกาหลีที่ถ้าเดินผ่านพวกร้านที่ขายอาหารทะเล
เราจะเจอกองเพรียงหัวหอมอยู่ในตู้น้ำเสมอ เคยเห็นตั้งแต่ตอนไปเที่ยว Busan แล้ว แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร

ผู้หญิงโต๊ะข้างๆคะยั้นคะยอให้ผมลองกินบ้าง

ผู้หญิงโต๊ะข้างๆ "Very Delicious!!"

แล้วนางก็คีบใส่ปากตัวเอง เคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
...

Charlotte : "มึงต้องลอง ไม่งั้นจะไปเขียนรีวิวให้เค้าอ่านได้ไงถ้าไม่ได้กิน เอ้ออออ"

Carrie : "เอิ่บบบบ...😱😱😱"

ผู้หญิงโต๊ะข้างๆ : "You should try! It's very famous dish of this restaurant!!"


ผมเลยลองคีบใส่ปากเม็ดนึง สัมผัสมันเหมือนก้อนอะไรแข็งๆที่มีหนังหุ้ม..
ปรากฏพอเคี้ยวไปปุ๊บ เม็ดนั้นก็แตกโพล๊ะ! 
พร้อมน้ำรสชาติประหลาดกระจายทั่วปากเลย ฮืออออ อยากอ้วกมากกก 😩😩😩
รสเหมือนน้ำทะเลที่มีความคาวๆยังไงไม่รู้อธิบายไม่ถูก

แต่หันไปเจอคุณผู้หญิงโต๊ะข้างๆ ยังพยักหน้าให้เราพร้อมยิ้มอย่างเอร็ดอร่อย 
คงจะหวังว่าเราจะตอบกลับไปว่า "Wowwww Delicious!!"

แต่...นี่ไม่ทำไม่ไหวจริงๆ ได้แค่ยิ้มแหยๆให้นาง แล้วหันมาแอบคายอีกฝั่งนึง ฮือออออ
แต่โดยรวมแล้วจานนี้อร่อยดี ให้ 8/10 หัก 2 คะแนนจาก เพรียงหัวหอม!!

ผู้หญิงโต๊ะข้างๆน่ารักมากเลย แนะนำว่าจานนี้สามารถสั่งข้าวมาคลุกกินก็อร่อย
พอได้คุยกัน เค้าเล่าให้เราฟังว่าร้านแรกที่เราตั้งใจจะไปกินก็ดัง แต่เค้าจะดังเรื่องปูนึ่ง
ส่วนร้านนี้จะดังเรื่องจานนี้เนี่ยแหละ (อย่าบอกว่าดังเพราะอีเพรียงหัวหอมนี่นะ หึหึ)


ส่วนจานที่ 3 ของเราคือ Braised Blue Crab
ซึ่งเอาจริงๆก็คือปูม้านึ่งบ้านเรานั่นแหละ รู้สึกว่าบ้านเราอร่อยกว่าด้วยอ่ะ
ให้ 6/10 พอ

พอใกล้ทานเสร็จ เลยขอคุณผู้หญิงโต๊ะข้างๆถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึกซะหน่อย
ประทับใจความอัธยาศัยดีของนาง ทันใดนั้น

เพื่อนของผู้หญิงโต๊ะข้างๆ : "How do you know that she's an actress?"
ผู้หญิงโต๊ะข้างๆ : "Nooooooooo!!"
Carrie : "?? What do you mean??"
เพื่อนของผู้หญิงโต๊ะข้างๆ : "She's an actress!"
ผู้หญิงโต๊ะข้างๆ : "Nooooooooo!!"
แล้วผู้ชายคนนั้นก็ควักมือถือกดรูปผู้หญิงที่นั่งข้างๆขึ้นมา
สรุปนางเป็นดาราจริงๆ แต่เป็นสายละครเวที ถ้าเป็นบ้านเราคงประมาณ แพท สุธาสินี
พวกเราโชคดีจุง มาเที่ยวรอบนี้เจอดาราตั้งสองคน 😂😂😂😂😂





สิริรวมค่าเสียหายของมื้อนี้ 35,850 วอน
ถ้าเช็คอินรีวิวเฟสบุ๊คให้ร้าน จะได้ส่วนลดเพิ่ม 10%สำหรับเงินสด และ 5% สำหรับบัตรเครดิต

*****************************

พออิ่มแล้วก็ได้เวลาไปเดินเล่นย่าน Garosugil 



เป็นย่านช้อปปิ้งที่หรูหราขึ้นมาอีกสเต็ปจาก Hongdae และ Myeongdong
โดยที่เราสามารถเดินจากร้านที่เราทานอาหารเย็นนี้ได้ ใช้เวลาเดินราว 5 นาทีก็ถึง



โดยเดินย้อนกลับไปที่สถานี Sinsa จะเจอสี่แยกใหญ่ข้ามถนนไป แล้วเลี้ยวขวา



เดินเลาะไปตามถนน Dosan-Daero ประมาณ 400เมตร



(ถ้าเสิร์ชจาก Google แล้วไม่เจอ ก็ไม่ต้องตกใจ
เพราะใน Google จะขึ้นชื่อถนนนี้ว่า Dosan-Daero 13 gil)





พอถึงปากทางเข้าซึ่งจะมีเสาบอกชื่อถนน Garosugil ตั้งอยู่



(อันนี้เป็นแผนที่ร้านค้าที่เราเดินเจอแล้วเห็นว่าน่าสนใจ)



มาย่านนี้ก็ต้องไม่พลาดแวะร้าน Coffee Smith เป็นร้านกาแฟชื่อดังที่คนเก๋ๆของที่นี่ชอบมากัน
เดินเข้ามาราว 100 เมตรก็จะเจอร้าน Coffee Smith อยู่ซ้ายมือ 





เป็นตึกปูนเปลือยสองชั้นที่โดดเด่น เพดานสูงโปร่ง
จริงๆ Coffee Smith มีหลายสาขาทั่วประเทศ แต่สำหรับที่นี่ ถือเป็นที่ที่เกร๋สุด
แนะนำว่ามาตอนกลางวัน อ๊บป้าแซ่บลืมมมม
แต่..นี่มาถึงก็ดึกละ 55555 ตื่นสายทุกวัน 5555



เดินเลย Coffee Smith มาอีกราว 100 เมตร ก็จะมีเอาท์เล็ทแบรนด์เนม ชื่อ ILMO Outlet 
สำหรับคอแบรนด์เนมก็น่าแวะมาดู ตอนที่มากำลังลดอยู่ 50-70% ด้วย










และเพื่อนก็บอกว่าของที่นี่ก็ไม่ได้เป็นของตกรุ่นด้วยนะ ของใหม่ๆก็มีเยอะแยะเลย 
แต่นี่ขนาดลดแล้ว ก็ยังไม่มีปัญญา 555 คุณค่าที่ดิฉันไม่คู่ควรชีงๆ


Line and Friends ก็มี ไม่ต้องไปต่อคิวถ่ายรูปหมีเหมือนที่ Myeongdong ด้วย
เอาจริงๆถ้ามาเร็วกว่านี้ร้านค้าน่าจะคึกคักกว่านี้ ตอนนี้บางร้านก็ทยอยปิดไปบ้างแล้ว
แต่แค่เดินเล่นชิวๆก็แฮปปี้แล้วอ่ะเอาจริงๆ





ถึงเมืองไทยจะมี Godiva แล้ว แต่ไปเที่ยวเจอที่ไหนก็ต้องแวะซื้อกินตลอด อร่อยยยย 555








เดินไปจนเกือบสุดถนน Garosugil เลี้ยวซ้ายเข้าซอยทะลุไปถนน Serosugil 



จะเจอร้าน A Land Beauty เป็นร้าน A Land แบบที่ขายเครื่องสำอางค์และเครื่องประดับจุกจิก





เพื่อนเกาหลีบอกว่าลิปมันยี่ห้อนี้ดีมาก เลยสอยกลับมาเป็นของฝากเพื่อนๆซะหน่อย



3CE Cinema ร้านเครื่องสำอางค์ที่อยู่ในร้าน Style Nanda ก็มีที่นี่

นอกจากถนน Garosugil แล้ว ถนน Serosugil ที่ขนานกับ Garosugil ก็เป็นถนนช้อปปิ้งอีกเส้นหนึ่ง
ที่กำลังมาแรง ได้รับความนิยมมากเช่นกัน 




ชอบตึกราบ้านช่องเค้าจังเลยอ่ะ มันเก๋อ่ะ ดีไซน์แบบนี้อยากเอามาทำเป็นบ้านตัวเองจัง 555



Gentle Monster เป็นอีกหนึ่งร้านแว่นชื่อดังของเกาหลี 
แต่เรามาไม่ทัน ร้านปิดซะก่อน



Vanity Fair ร้านขายของกุ๊กกิ๊ก 



Eskimo Coffee ร้านน่ารักมากกก หรือเราชอบกระจกใหญ่ๆแบบร้าน Onion ที่ไปมาเมื่อวานซืน



Cheap Monday ร้านกางเกงยอดฮิตของบ้านเราก็มีให้ช้อปที่นี่


Spello ร้านรองเท้าดีไซน์เก๋ ที่ทำปากทางเข้าเหมือนประตูห้องนิรภัย



SJYP ร้านเสื้อผ้า ไม่รู้เกี่ยวไรกับค่ายเพลง JYP รึเปล่า 555



เดินเล่นจนครบทั้ง 2 เส้นแล้ว เราก็มานั่งเล่นส่องอ๊บป้าที่ Coffee Smith ก่อนกลับ
ขนาดดึกแล้วก็ยังมีอ๊บป้าดีดีเยอะทีเดียว













อ่ะว่าไม่ได้น้าาา โซดาช้างเราก็อิมพอร์ตมาไกลถึงเกาหลีเหมือนกัน เอ้อออ
ภูมิใจไทย 555555
เคยสงสัยนะว่าทำไมบ้านเราถึงไม่ทำย่านช้อปปิ้งสวยๆให้เดินดูได้ตลอดสองข้างทางแบบที่นี่
แต่คิดว่าน่าจะเป็นเพราะอากาศ ที่บ้านเราร้อน จะเดินแบบนี้มีหวังจั๊กแร้เปียกก่อนสุดถนนแหงๆ
ร้านรวงบ้านเราเลยไปยัดกันอยู่ในห้องที่มีแอร์เย็นฉ่ำให้เดินเล่นแทน

พรุ่งนี้วันสุดท้ายแล้ว มีเวลาครึ่งวันเช้าเราเลยแวะไปช้อปปิ้งย้ำที่ Hongdae ให้ทั่วก่อนจะกลับไทยกัน
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านทริปโป๊ะๆของพวกเรานะครับ
คราวหน้าจะไปที่ไหนต่อฝากติดตามเพจ อ่ะไปของพวกเราด้วยน้าาาาาา
ไปนอนก่อนละ บรัยยยยยย

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม